เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตำรวจค้นบ้านลูกจ้างสำนักงานจังหวัดโกง หลังยักยอกเงินงบประมาณ 33.9 ล้าน พบหลักฐานเช็คเปล่า และสมุดบัญชีจำนวนมาก เร่งสอบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการ
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจโท พิธี อินทร์น้อย รองผู้กำกับ สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นำหมายค้น เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ตำบลคลองวาฬ ซึ่งเป็นบ้านพักของนางสาวขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี นักวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้ต้องหาคดียักเงินงบประมาณ 33.9 ล้านบาท ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม โดยขณะตรวจค้นมีนายธัญเทพ กิตติธากรณ์ อายุ 28 ปี ลูกจ้าง ตำแหน่งช่างไฟฟ้า สำนักงานจังหวัด ซึ่งเป็นสามีของนางสาว ขนิษฐา และนางสายพิณ ดิบดีคุ้ม อายุ 60 ปี มารดาเป็นผู้นำตรวจค้นภายในห้องนอนของผู้ต้องหา
รวบลูกจ้างโกงเงินหลวง 33 ล้าน เอาไปเล่นพนันออนไลน์
ค้นบ้านลูกจ้างโกงเงิน 33.9 ล้าน เจอหลักฐานสำคัญ
โดยจากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดเอกสารการเงินส่วนตัวและเอกสารของทางราชการจำนวนมาก และสมุดเช็คงบประมาณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ธนาคารกรุงไทย จำนวน 1 ฉบับ ที่มีการลงลายมือของผู้มีอำนาจสั่งจ่าย โดยไม่กรอกตัวเลขจำนวนเงินและชื่อบุคคลที่สั่งจ่าย สมุดบัญชีหลายธนาคารจำนวน 18 เล่ม บัตรเครดิตและบัตร เอทีเอ็ม 22 ใบ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง สมุดทะเบียนคู่มือรถจักรยานยนต์ 1 เล่ม จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสมุดบัญชีบางเล่ม บันทึกรายการเบิกจ่ายผ่านระบบในวันที่ 30 เมษายน 2563 มีเงินเข้าบัญชี 20 รายการวงเงิน 5.9 ล้านบาท และได้ถอนไปบัญชีอื่นโดยใช้ระบบอีแบงค์
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายธัญเทพ และนางสายพิณ ไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากไม่ปักใจเชื่อตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาว่าลงมือกระทำความผิดเพียงคนเดียว และใช้บัญชีธนาคาร ธกส.ของมารดาเพียงบัญชีเดียว เนื่องจากตรวจพบการโอนผ่านระบบอีแบงค์(E-Banking) กระจายเงินไปมากกว่า 100 บัญชี มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก หลังจากนี้ ตำรวจสภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมเป็นคณะงานในการตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด สำหรับข้ออ้างว่ามีการนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์จนหมดถือว่ามีพิรุธ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามตรวจสอบในการโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่น
ด้าน พลตำรวจตรี สุรศักดิ์ สุขแสวง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกชุดสืบสวนสอบสวนของจังหวัด พร้อมด้วย ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.เมืองประจวบฯ เพื่อให้รู้เส้นทางการเงินและความผิดต่าง ๆ รวมทั้งการสอบสวนพยานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้พอทราบเส้นทางการเงินบ้างแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างในเรื่องของการสอบสวน ในส่วนที่ผู้ต้องหา ได้ดำเนินการเพียงคนเดียวตามที่ได้รับสารภาพหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ เพียงแต่รู้ว่าผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีได้รับสารภาพก็ดำเนินคดีไป ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องคนอื่นอยู่ในระหว่างการดำเนินการ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสอบสวน ย้อนหลังกลังไป 1 ปี ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว สำหรับผลการสอบสวน สืบสวน คงใช้เวลาไม่นาน รวมทั้งได้เรียก ตำรวจผู้ที่มีความเชี่ยวชาญความชำนาญในด้านนี้มาร่วมในการสอบสวนด้วย รวมทั้่งในวันนี้ จะนำตัวผู้ต้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังพบสมุดบัญชีจำนวนมาก และพบการโอนเงินไปยังบัญชีต่าง ๆ จำนวนมาก
"คนเดียว" - Google News
June 24, 2020 at 11:35AM
https://ift.tt/3hWvKDr
ตร.ไม่เชื่อ ทำคนเดียว ยักยอกเงิน 33.9 ล้าน เหตุพบโอนผ่านอีแบงค์กว่า 100 บัญชี - pptvhd36.com
"คนเดียว" - Google News
https://ift.tt/2Wbluya
No comments:
Post a Comment